ระบบรับสมัคร: TCAS 5 รอบของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล
วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรีผ่านระบบ TCAS แบ่งเป็น 5 รอบ โดยรอบ 1–4 รับเข้าศึกษาภาคเรียนที่ 1 (เปิดเทอมราวเดือนสิงหาคม) ส่วนรอบ 5 เปิดรับเฉพาะภาคเรียนที่ 2 และบางสาขาไม่เปิดรับในรอบนี้ เช่น Music Technology, Popular Music, Voice (Classic), Musical Theatre และ Piano (Classic)
อ้างอิงจากรอบสมัครปีการศึกษา 2569 รอบ 1 เปิดรับสมัครต้นเดือนกันยายนและปิดรับปลายเดือนเดียวกัน รอบ 2 ปิดรับกลางเดือนพฤศจิกายน รอบ 3 ปิดรับต้นเดือนมกราคม และรอบ 4 ปิดรับต้นเดือนมีนาคม ผู้สมัครปีการศึกษาถัดไปจึงควรเตรียมเอกสารและ repertoire ให้พร้อมตั้งแต่เดือนสิงหาคม เพราะรอบ 1 มักเปิดรับไม่ถึง 3 สัปดาห์ และควรตรวจสอบวันที่แน่นอนของปีที่สมัครจากหน้า admission-schedule ของวิทยาลัยทุกครั้ง เนื่องจากกำหนดการขยับได้ในแต่ละปี
4 องค์ประกอบของการสอบเข้า: Audition สัมภาษณ์ และผล TIME
การสอบเข้าสาขา Classical Performance ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ (1) Audition หรือสอบปฏิบัติเครื่องดนตรี (2) การสัมภาษณ์ ซึ่งเรียกเฉพาะผู้ที่ผ่าน audition แล้ว (3) ผลสอบ TIME วิชา Western Music Theory ระดับ Grade 12 และ (4) ผลสอบ TIME วิชา Ear Training (Musicianship) ระดับ Grade 12
TIME ย่อมาจาก Thailand International Music Examination ศูนย์สอบเทียบดนตรีที่ดำเนินการโดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์เอง ผู้สมัครต้องลงทะเบียนสอบแยกต่างหากที่ timemusicexam.com ให้เสร็จก่อนปิดรับสมัครแต่ละรอบ และต้องได้คะแนนตั้งแต่ 60% ขึ้นไปจึงผ่านเกณฑ์ หากได้ต่ำกว่า 60% แต่ audition และสัมภาษณ์ผ่าน มหาวิทยาลัยอาจรับเข้าแบบมีเงื่อนไข โดยกำหนดให้เรียนคอร์สปรับพื้นฐานทฤษฎีดนตรีเพิ่มในปีแรก
เอกสารที่ต้องเตรียมและขั้นตอนสมัคร
การสมัครทำผ่านระบบ COMMAS Admissions System ที่ commas.music.mahidol.ac.th หลังกรอกใบสมัครออนไลน์และชำระค่าสมัคร (ไม่รวมค่าสอบ TIME ที่จ่ายแยกต่างหาก) ผู้สมัครจะได้รับรหัสติดตามข้อมูลสอบทางอีเมล จากนั้นต้องพิมพ์ใบสมัครที่ลงชื่อแล้วพร้อมเอกสารประกอบส่งให้วิทยาลัย
ผู้สมัครในประเทศไทยส่งเอกสารทางไปรษณีย์หรือยื่นด้วยตนเอง ส่วนผู้สมัครต่างชาติส่งทางอีเมล msinteradmission@mahidol.ac.th หากมีข้อสงสัยเรื่องเอกสารติดต่อฝ่ายรับสมัครที่ 02-800-2525 ต่อ 1128 หรือ 1109
- ใบสมัครที่พิมพ์และลงลายมือชื่อจากระบบ COMMAS
- สำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
- รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด
- หลักฐานการชำระค่าสมัคร
- ผลสอบ TIME ทั้งสองวิชา (แนบเพิ่มภายหลังได้หากยังสอบไม่เสร็จก่อนปิดรับสมัคร)
เกณฑ์ Audition สำหรับทรัมเป็ตและเครื่องเป่าทองเหลือง
ผู้สมัครทรัมเป็ตและเครื่องทองเหลืองอื่นในสาขา Classical Performance ต้องแสดงบันไดเสียงเมเจอร์ 3 บันไดเสียง และไมเนอร์แบบธรรมชาติ 3 บันไดเสียงพร้อม arpeggio ในจำนวนอ็อกเทฟที่เล่นได้อย่างสบาย รวมถึงบันไดเสียงโครมาติกให้สูงและต่ำที่สุดเท่าที่เล่นได้โดยไม่ฝืน กรรมการให้น้ำหนักกับคุณภาพเสียงและความแม่นยำในจังหวะกลางมากกว่าความเร็ว
ส่วน repertoire ต้องเตรียมเพลง 2 เพลงที่คาแรกเตอร์ตัดกันจาก solo หรือ etude literature ที่เป็นที่ยอมรับ เลือกเล่นเพียงบางท่อนของบทเพลงเดียวกันได้ แต่ความยาวรวมต้องไม่เกิน 10 นาที แนะนำให้มีเปียโนประกอบหากเป็นไปได้ เพราะกรรมการประเมินทั้งเทคนิคและความเข้าใจทางดนตรี ไม่ใช่แค่ความยากของเพลง
ไปสอบที่มหิดลหรือส่งวิดีโอ audition ได้ไหม
เครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องกระทบใช้ audition แบบต่อหน้ากรรมการที่มหาวิทยาลัยเป็นหลัก ผู้สมัครในไทยจึงควรวางแผนเดินทางไปสอบตามวันที่ประกาศในแต่ละรอบ ส่วนผู้สมัครต่างชาติที่มีอุปสรรคด้านการเดินทางจริงเท่านั้นสามารถขออนุญาตส่งวิดีโอแทนได้ โดยต้องขออนุมัติล่วงหน้ากับผู้ประสานงานสาขาตามที่ระบุในเอกสารรับสมัครของแต่ละปี การอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของวิทยาลัย และผู้ที่ได้รับอนุมัติอาจถูกเรียกสอบต่อหน้ากรรมการอีกครั้งภายหลัง
หากได้รับอนุมัติให้ส่งวิดีโอ ไฟล์ต้องอัดต่อเนื่องในเทคเดียวโดยไม่ตัดต่อ ความละเอียดขั้นต่ำ 1080p ที่ 30fps ใช้ไมโครโฟนคุณภาพดี อัดไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันสมัคร กล้องต้องเห็นทั้งใบหน้า เครื่องดนตรี และผู้เล่นเปียโนประกอบ (ถ้ามี) ในแนวนอนเท่านั้น พร้อมแนะนำตัวสั้น ๆ บอกชื่อและเลขที่ผู้สมัครก่อนเริ่มเล่น
แผนเตรียมตัวที่ Mallanoo แนะนำก่อนวันสอบ
เพราะเกณฑ์ครอบคลุมทั้งเทคนิค ทฤษฎี โสตทักษะ และการแสดงสด ผู้สมัครที่เตรียมตัวได้ผลมักเริ่มอย่างน้อย 6–12 เดือนก่อนรอบที่ตั้งใจสมัคร (ดูแผนละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ “เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรี”) จุดที่มักถูกมองข้ามคือการฝึกสอบ TIME แยกจากการฝึกเครื่องดนตรี ทำให้บางคนเล่นเครื่องได้ดีแต่ทฤษฎีหรือโสตทักษะไม่ผ่านเกณฑ์
เส้นทาง Road to Mahidol University of Music ของ Mallanoo วางแผนควบคู่กันทั้งสี่ส่วน ตั้งแต่เลือก repertoire ที่โชว์จุดแข็ง ฝึกบันไดเสียงและโครมาติกให้แม่นในจังหวะกลาง เตรียมทฤษฎีและโสตทักษะสำหรับ TIME ไปจนถึง mock audition พร้อมอัดวิดีโอตรวจสอบเงื่อนไขก่อนส่งจริง หากยังไม่แน่ใจว่าเหลือเวลาเตรียมตัวพอหรือไม่ สามารถนัดปรึกษาฟรีเพื่อประเมินจุดแข็งและวางแผนได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
ต้องสอบ TIME ก่อนหรือหลังสมัคร audition
ควรลงทะเบียนสอบ TIME ทั้งสองวิชาให้เสร็จก่อนปิดรับสมัครในแต่ละรอบ เพราะผลสอบเป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา และ TIME มีจำนวนรอบสอบจำกัดต่อปี
คะแนน TIME ต่ำกว่า 60% หมดสิทธิ์เข้าเรียนเลยหรือไม่
ไม่เสมอไป หากคะแนนต่ำกว่า 60% แต่ผ่าน audition และสัมภาษณ์ วิทยาลัยอาจรับเข้าแบบมีเงื่อนไขและกำหนดให้เรียนคอร์สปรับพื้นฐานทฤษฎีดนตรีเพิ่มในปีแรก
ผู้สมัครในไทยส่งวิดีโอ audition แทนการไปสอบสดได้ไหม
โดยทั่วไปเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องกระทบต้อง audition สดที่มหาวิทยาลัย การส่งวิดีโอเป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้สมัครต่างชาติที่มีอุปสรรคด้านการเดินทางจริงเท่านั้น และต้องขออนุมัติล่วงหน้า
ควรสมัครรอบไหนถ้าอยากมีเวลาเตรียมตัวมากที่สุด
รอบ 1 เปิดรับสมัครเร็วที่สุดแต่มีเวลาเตรียม repertoire และ TIME สั้นที่สุด ผู้ที่เพิ่งเริ่มเตรียมตัวจริงจังอาจเหมาะกับรอบ 2 หรือ 3 มากกว่า เพื่อให้มีเวลาซ้อมและสอบ TIME ให้ผ่านเกณฑ์ก่อนปิดรับสมัคร